มหาวิทยาลัยแม่โจ้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นำเสนอข้อมูลสมุดปกขาวมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุดมศึกษาของประเทศ
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรุงเทพมหานคร รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าพบ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เพื่อส่งมอบสรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย “สมุดปกขาวมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2” จากการที่อธิการบดีรวมถึงผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ทั้ง 19 แห่ง ได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น วิเคราะห์ศักยภาพ และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ในการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ จากการประชุมโครงการสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง : Presidents Engagement Forum on Technology and Innovation Development เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมาโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. กล่าวว่า มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 (กลุ่ม มทร. พระจอมเกล้า และ ม.ในพื้นที่) คือแกนหลักด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จุดแข็งคือการคลุกคลีกับภาคอุตสาหกรรม SMEs และชุมชน ถือเป็น "สะพานเชื่อม" นำงานวิจัยลงจากหิ้งสู่การใช้งานจริง (Commercialization) ได้ทรงพลังที่สุดกลุ่มหนึ่ง วันนี้เราต้องทลาย Silo เลิกต่างคนต่างทำ แล้วผนึกกำลังกัน เพราะโจทย์ประเทศไม่ใช่แค่การผลิตบัณฑิต แต่คือการสร้าง "Tech Warrior" เพื่อไปสู้ใน Tech War ระดับโลกสมุดปกขาวฉบับนี้แปลงนโยบายเป็นแผนปฏิบัติการ (ปี 2570–2574) เพื่อเชื่อมงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม ผ่าน 5 แผนงานยุทธศาสตร์ คือ Thailand Wellness Economy, Future Food and Bioeconomy, Smart Industry and Semiconductor, Climate Resilience and Smart Agriculture และ Smart Mobility, Logistics and Creative Economyนอกจากนี้ เครือข่ายยังมีข้อเสนอเชิงนโยบายถึงกระทรวง อว. ที่ตรงประเด็นมาก ทั้งการปลดล็อกระเบียบ Shared Lab, ตั้งกองทุน Prototype & Scale-up, สนับสนุน Corporate Co-investment, ผลักดัน Public Procurement ให้รัฐเป็น First Buyer รวมถึงทำ Impact Dashboard ผูกงบประมาณกับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจริง ซึ่งผมเห็นด้วยและพร้อมผลักดันเต็มที่พร้อมฝากโจทย์ท้าทายให้เชื่อมเครือข่ายนี้เข้ากับ "สายอาชีวศึกษา" เพื่อสร้าง Talent Pipeline ให้สมบูรณ์ อาจเริ่มจากการดึงสถาบันอาชีวะมาเป็นสมาชิกสมทบ ให้น้อง ๆ ได้ใช้ Shared Lab และร่วมแก้โจทย์จริงจากอุตสาหกรรม เป็นการสร้างเส้นทางพัฒนากำลังคนที่ไร้รอยต่อ (Seamless Integration) ตั้งแต่ช่างฝีมือไปจนถึงนักวิจัย ถึงเวลาเปลี่ยนจากการต่างคนต่างทำ มาเป็น "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนนวัตกรรม" ของประเทศ แล้วเดินหน้าไปด้วยกันข้อมูลข่าว : Yodchanan Wongsawat - ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
14 สิงหาคม 2569 |
6