สำนักงานเลขานุการอธิการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
President of Maejo University

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดงาน MJU Thank you Press Party 2023 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยพบปะและขอบคุณสื่อมวลชน ประจำปี 2566 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ชาวแม่โจ้ - พี่น้องสื่อมวลชน โอกาสนี้ มีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และคณะสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมงานคับคั่ง ณ ห้องเชียงทอง 1 ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ เชียงใหม่

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านการเกษตรที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งกำลังจะก้าวสู่วาระครบรอบ 90 ปี ในปีพุทธศักราช 2567 ปัจจุบันมีคณะที่ทำการเรียนการสอนรวม 18 คณะ มีหน่วยงานสนับสนุนระดับสำนัก ได้แก่ สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ สำนักหอสมุด และสำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร ซึ่งผู้บริหารทุกท่านเกือบทั้งหมดที่ไม่ได้ติดภารกิจก็ได้มาร่วมพบปะและขอบคุณสื่อมวลชนในครั้งนี้ด้วย
การจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้พบปะและขอบคุณสื่อมวลชน (MJU Thank You Press Party 2023) เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ได้มีส่วนในการเผยแพร่ข่าวสารกิจกรรม งานวิจัยต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นผลประโยชน์แก่ภาคประชาสังคมให้สามารถนำไปต่อยอด
ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ให้การอนุเคราะห์มหาวิทยาลัยแม่โจ้มาโดยตลอด ขอบคุณเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ได้ให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ด้วยดี ขอให้ทุกท่านคิดถึงแม่โจ้ในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งชีวิต มหาวิทยาลัยของประชาชน มหาวิทยาลัยของชาวเชียงใหม่ที่มุ่งสร้างประโยชน์เพื่อสังคมร่วมกับทุกท่านต่อไป”

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีเงินยวง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีพุทธศักราช 2567 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะครบรอบวาระ 90 ปี แห่งความภาคภูมิใจในการเป็นแหล่งภูมิปัญญาทางการเกษตรที่สำคัญมาอย่างยาวนาน โดยกำหนดให้มีการจัดงานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี ด้วยแนวคิด เกษตร | อาหาร | สุขภาพ ในวันที่ 16 – 24 ธันวาคม 2566 ดังนั้น กิจกรรมในวันนี้จึงได้นำส่วนหนึ่งของงานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี ซึ่งเป็นผลงานวิจัยไฮไลต์ 9 เรื่อง ได้แก่

* กำเนิดข้าวหอมแม่โจ้ รางวัล "Gold Award" ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 ผลงานของทีมนักวิจัยหน่วยความเป็นเลิศด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าวมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำโดย ผศ.ดร.วราภรณ์ แสงทอง คณะวิทยาศาสตร์

* พันธุ์พืชชื่อพระราชทาน จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พัฒนาโดย ผศ.ฉันทนา วิชรัตน์ และสาขาพืชผัก ซึ่งได้ถวายงานโครงการปรับปรุงพันธุ์ผักและผลิตเมล็ดพันธุ์
ผักให้แก่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริมาโดยตลอด ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยแม่โจได้รับชื่อพระราชทานเป็นพันธุ์พืชใหม่ จำนวน 14 ชนิด

* องค์ความรู้ลำไยแม่โจ้ โดย ผศ.พาวิน มะโนชัย “มิสเตอร์ลำไยแม่โจ้” ได้เผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตลำไย สู่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยอย่างกว้างขวาง
* กล้วยไม้รองเท้านารี แม่โจ้ 90 ปี ดอกมีสี เขียว ขาว เหลือง ได้รับเกียรตินิยม ระดับ AM/RHT 83.85 คะแนน จากสมาคมพฤษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พัฒนาโดย นายธนวัฒน์ รอดขาว นักวิชาการเกษตร ชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร
* ปทุมมาแม่โจ้ เพื่อเกษตรกรไทย ปทุมมา3Nแม่โจ้ พืชพันธุ์ใหม่ของโลก สวย โตเร็ว ทนโรค พัฒนาโดย ผศ.ดร.เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี คณะผลิตกรรมการเกษตร
* ตั๊กแตนแม่โจ้แพร่ ดัชนีชี้ความสมบูรณ์ผืนป่า คุณค่าที่ควรอนุรักษ์ ค้นพบโดย รศ.ดร. แหลมไทย อาษานอก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - แพร่ เฉลิมพระเกียรติ
* ปลาค้อ นักอนุรักษ์บนดอยสูง ค้นพบโดย รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ
* ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากดอกเอื้องคำ กล้วยไม้สมุนไพร พืชอนุรักษ์ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้วิจัยและพัฒนาต่อยอด โดยทีมนักวิจัย อพ.สธ.แม่โจ้
* นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ “ซินไบโอติค” และ “แบล็คซิล” พัฒนาโดย Agri Inno Excellent Center มหาวิทยาลัยแม่โจ้
พร้อมจัดเมนูสุดพิเศษเพื่อสุขภาพ ที่มาจากผลงานนวัตกรรม องค์ความรู้ ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เช่น ได้แก่ลำไยสอดไส้เข้าวเหนียวมูล (ข้าวเหนียวหอม กข-แม่โจ้ 2) ซูชิปลาทูน่าซาซิมิ (ข้าวหอมแม่โจ้+ปลาทูน่า แม่โจ้-ชุมพร) รวมถึงเมนูจากผลงานวิจัยอีกหลายเมนู ให้สื่อมวลชนได้ชิม และเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานต่อไป
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น สนุกสนาน ประทับใจ มีกิจกรรมนันทนาการสานสัมพันธ์พี่น้องสื่อมวลชนและคณะผู้บริหาร พร้อมมอบของขวัญพิเศษแทนคำขอบคุณ ร่วมกระชับความสัมพันธ์อันดีของพี่น้องชาวสื่อฯ

ปรับปรุงข้อมูล : 29/9/2566 14:33:00     ที่มา : สำนักงานเลขานุการอธิการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 584

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด

กระทรวง อว.จับมือ 19 สถาบันกลุ่ม 2 เดินหน้าผลิตบัณฑิตกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการเร่งด่วนของตลาดแรงงาน ตั้งเป้าสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง 25,000 คน - สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่10,000 คนใน 150 พื้นที่ ชูกลไกงบประมาณกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา หนุน “มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2” สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมที่จับต้องได้
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.69 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว.เข้าร่วมงานสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมีอธิการบดีและคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (กลุ่ม 2) ทั้ง 19 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลส์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ศ.ดร.ศุภชัย ได้ปาฐกถาพิเศษมอบแนวทางและกลไกการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ให้เกิดผลลัพธ์เชิงนวัตกรรม โดยหยิบยกกรณีศึกษาข้อมูลสถิตินักศึกษาและผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ (TCAS) รอบที่ 3 ตั้งแต่ปี 2567-2569 สะท้อนความท้าทายสำคัญในการบริหารจัดการหลักสูตรท่ามกลางภาวะประชากรวัยเรียนที่มีแนวโน้มลดลง พร้อมตั้งโจทย์สำคัญว่า “จะทำอย่างไรให้นักศึกษาที่มีจำนวนน้อยลง ได้เข้าเรียนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง” โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการเร่งด่วนของตลาดแรงงานในปัจจุบัน อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ,เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, เทคโนโลยีอาหาร, พลังงานสะอาด, วิศวกรรมขั้นสูง,อุตสาหกรรมอัญมณีและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาอาจารย์ให้เท่าทันองค์ความรู้ใหม่เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอน โดยขอให้มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มุ่งทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันสร้างธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ (Startup) และผลักดันโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นจริง“กระทรวง อว.มุ่งส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 นำกรอบการจำแนกสถานะ “Portfolio หลักสูตร” ไปใช้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ โดยกำหนด 3 มาตรการหลัก คือ 1) การรักษาและต่อยอดหลักสูตรธงนำในกลุ่มหลักสูตรที่มีการแข่งขันและคะแนนทดสอบสูงเพื่อรักษามาตรฐานและขยายผลเชิงรุก2) การยกระดับและทบทวนคุณค่าหลัก ในกลุ่มหลักสูตรที่มีศักยภาพแฝง โดยเร่งพัฒนาการสื่อสารอัตลักษณ์และจุดแข็งเพื่อเปลี่ยนผู้สมัครให้เป็นผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ และ 3) การปรับปรุงเชิงยุทธศาสตร์อย่างเร่งด่วน ในกลุ่มหลักสูตรที่มีความต้องการต่ำ โดยพลิกโฉมสู่การเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติงานจริงบูรณาการวิชาเดิมเข้ากับแนวโน้มเทคโนโลยีสมัยใหม่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาทิ Fashion-Tech, Creative Manufacturing หรือ Sustainable Materials เพื่อเปลี่ยนภาพจำของหลักสูตรและสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวขณะที่ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา เพื่อการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2" ว่า กรอบการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2571 กองทุนฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดหลัก (Super KPI) ในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับโลก และพัฒนากำลังคนสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยตั้งเป้าสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง 25,000 คน รวมถึงการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ 10,000 คน ใน 150 พื้นที่ เพื่อกระจายรายได้และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนรองปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า รูปแบบการจัดสรรงบประมาณโฉมใหม่ของกองทุนฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ แบ่งเป็น 2รูปแบบหลัก คือ 1) งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์เร่งด่วนของประเทศที่เน้นการผลิตกำลังคนเฉพาะทางตามโจทย์ของรัฐบาล และ 2) งบประมาณเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาที่จัดสรรตามความเชี่ยวชาญของสถาบันแบบต่อเนื่องหลายปี ซึ่งกลไกเหล่านี้จะเข้าไปหนุนเสริมกิจกรรมหลักของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ในการพัฒนาความเป็นเลิศผ่านแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง BAP, BAP+ และ BAP-X (Business Acceleration Platform) เพื่อยกระดับสมรรถนะบุคลากรและระบบบริหารจัดการนวัตกรรม ควบคู่ไปกับโครงการ CIOX (Chief Innovation Officer Exchange) ในการพัฒนาทักษะผู้บริหารเพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรมตลอดจนโครงการ SEED (Student Entrepreneurs for Enterprise Development) ที่มุ่งบ่มเพาะนักศึกษาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมวิสาหกิจในระดับสากล รวมถึงการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาผ่านโครงการ AITP (Association of Intellectual Property and Technology Transfer Professionals) ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการปฏิบัติจริง“กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาพร้อมทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 และสถาบันอุดมศึกษาทุกกลุ่มทั่วประเทศ สามารถปลดล็อกศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบงบประมาณและตัวชี้วัดรูปแบบใหม่นี้ จะเป็นหลักประกันสำคัญที่ช่วยการันตีว่า ทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปจะส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาและสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว
11 มิถุนายน 2569     |      8
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ College of Agriculture, Guangxi University จัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ แลกเปลี่ยนนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกัน
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยผู้บริหารวิทยาลัยนานาชาติ คณะผลิตกรรมการเกษตร ให้การต้อนรับและร่วมพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับ College of Agriculture, Guangxi University สาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้การลงนามความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าวเพื่อเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตร และพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกันระหว่างสองสถาบัน ณ ห้องประชุมรวงผึ้ง ชั้น5 สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ข่าว/ภาพ : วีระยุทธ แสนสุข ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป (เลขานุการ)
11 มิถุนายน 2569     |      25
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ขอขอบคุณ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ขอขอบคุณ  ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติคณะผู้บริหารและผู้แทนมหาวิทยาลัย 19 แห่งทั่วประเทศในโอกาสที่ให้เกียรติ ปาฐกถาพิเศษ / บรรยายพิเศษ / เข้าร่วมประชุม ในงาน Presidents’ Engagement Forum on Technology and Innovation Development การสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่
11 มิถุนายน 2569     |      5
“ยศชนัน” ชูมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 เป็น "สะพานนวัตกรรม" รับ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมร่วมเป็นสักขีพยาน MOU ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาในหัวข้อ“University Group 2 as Thailand’s Innovation Engine: พลังมหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” ภายในงานสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. รวมทั้งอธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (กลุ่ม 2) ทั้ง 19 สถาบันทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลส์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มีศักยภาพสูงในการเป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยพื้นฐานกับภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความใกล้ชิดกับพื้นที่ ชุมชน ผู้ประกอบการ และโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจจริงของประเทศ จึงสามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานนวัตกรรม” เชื่อมจากองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม การบริการ สุขภาพ ดิจิทัล พลังงาน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย เศรษฐกิจไทยในปี 2030 จะเผชิญความท้าทายสำคัญใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เศรษฐกิจสุขภาพ อาหารแห่งอนาคตและเศรษฐกิจชีวภาพ AI หุ่นยนต์และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ การรับมือสภาพภูมิอากาศและเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงระบบขนส่ง โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังคน งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมรองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน 5 เสาหลักเศรษฐกิจแห่งอนาคต เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้พื้นที่ ใกล้ชุมชน ใกล้ผู้ประกอบการ และเข้าใจโจทย์จริงของประเทศ หากสามารถเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมเข้ากับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบ มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ปี 2030ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ยังร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ซึ่งจะร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม การพัฒนากำลังคน โดยจะมีการจัดทำสมุดปกขาว (White Paper) ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 เพื่อเป็นทิศทางร่วมกันในการเคลื่อนบทบาทใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ และร่วมกันยกระดับประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
9 มิถุนายน 2569     |      1076