สำนักงานเลขานุการอธิการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
President of Maejo University
วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร ได้จัดพิธีลงนามสัญญาความร่วมมือระหว่าง บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท บี.ที.จี อินโน จำกัด และบริษัท เอส.ที.ดี เมติกส์ จำกัด ผู้ประกอบการภายใต้โครงการบ่มเพาะวิสาหกิจในสถาบันอุดมศึกษา ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้
..
โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวต้อนรับ และถ่ายภาพหมู่แสดงความยินดีร่วมกับผู้ประกอบการ ในการลงนามสัญญาครั้งนี้ได้มี คุณพิศาล ธาราพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตัวแทนจาก บริษัทบิ้วตี้คอมมูนิตี้จำกัด(มหาชน) ลงนามร่วมกับ คุณเมธัส เงินจันทร์ กรรมการบริษัท บี.ที.จี อินโน จำกัด และ คุณสิทธิกรณ์ อยู่แจ่ม กรรมการบริษัท เอส.ที.ดี เมติกส์ จำกัด
..
ทั้งนี้การลงนามสัญญาร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย เป็นการร่วมกันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากนวัตกรรม ตลอดจนการนำผลิตภัณฑ์ที่ได้เข้าสู่กระบวนการทางการตลาดผลักดันออกสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป
ปรับปรุงข้อมูล : 17/9/2567 8:43:32     ที่มา : สำนักงานเลขานุการอธิการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 421

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด

กระทรวง อว.จับมือ 19 สถาบันกลุ่ม 2 เดินหน้าผลิตบัณฑิตกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการเร่งด่วนของตลาดแรงงาน ตั้งเป้าสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง 25,000 คน - สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่10,000 คนใน 150 พื้นที่ ชูกลไกงบประมาณกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา หนุน “มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2” สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมที่จับต้องได้
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.69 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว.เข้าร่วมงานสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมีอธิการบดีและคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (กลุ่ม 2) ทั้ง 19 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลส์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ศ.ดร.ศุภชัย ได้ปาฐกถาพิเศษมอบแนวทางและกลไกการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ให้เกิดผลลัพธ์เชิงนวัตกรรม โดยหยิบยกกรณีศึกษาข้อมูลสถิตินักศึกษาและผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ (TCAS) รอบที่ 3 ตั้งแต่ปี 2567-2569 สะท้อนความท้าทายสำคัญในการบริหารจัดการหลักสูตรท่ามกลางภาวะประชากรวัยเรียนที่มีแนวโน้มลดลง พร้อมตั้งโจทย์สำคัญว่า “จะทำอย่างไรให้นักศึกษาที่มีจำนวนน้อยลง ได้เข้าเรียนในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง” โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการเร่งด่วนของตลาดแรงงานในปัจจุบัน อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ,เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, เทคโนโลยีอาหาร, พลังงานสะอาด, วิศวกรรมขั้นสูง,อุตสาหกรรมอัญมณีและอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาอาจารย์ให้เท่าทันองค์ความรู้ใหม่เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอน โดยขอให้มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มุ่งทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันสร้างธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ (Startup) และผลักดันโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นจริง“กระทรวง อว.มุ่งส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 นำกรอบการจำแนกสถานะ “Portfolio หลักสูตร” ไปใช้เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ โดยกำหนด 3 มาตรการหลัก คือ 1) การรักษาและต่อยอดหลักสูตรธงนำในกลุ่มหลักสูตรที่มีการแข่งขันและคะแนนทดสอบสูงเพื่อรักษามาตรฐานและขยายผลเชิงรุก2) การยกระดับและทบทวนคุณค่าหลัก ในกลุ่มหลักสูตรที่มีศักยภาพแฝง โดยเร่งพัฒนาการสื่อสารอัตลักษณ์และจุดแข็งเพื่อเปลี่ยนผู้สมัครให้เป็นผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ และ 3) การปรับปรุงเชิงยุทธศาสตร์อย่างเร่งด่วน ในกลุ่มหลักสูตรที่มีความต้องการต่ำ โดยพลิกโฉมสู่การเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติงานจริงบูรณาการวิชาเดิมเข้ากับแนวโน้มเทคโนโลยีสมัยใหม่และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาทิ Fashion-Tech, Creative Manufacturing หรือ Sustainable Materials เพื่อเปลี่ยนภาพจำของหลักสูตรและสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวขณะที่ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา เพื่อการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2" ว่า กรอบการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2571 กองทุนฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดหลัก (Super KPI) ในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับโลก และพัฒนากำลังคนสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยตั้งเป้าสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง 25,000 คน รวมถึงการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ 10,000 คน ใน 150 พื้นที่ เพื่อกระจายรายได้และสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนรองปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า รูปแบบการจัดสรรงบประมาณโฉมใหม่ของกองทุนฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ แบ่งเป็น 2รูปแบบหลัก คือ 1) งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์เร่งด่วนของประเทศที่เน้นการผลิตกำลังคนเฉพาะทางตามโจทย์ของรัฐบาล และ 2) งบประมาณเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาที่จัดสรรตามความเชี่ยวชาญของสถาบันแบบต่อเนื่องหลายปี ซึ่งกลไกเหล่านี้จะเข้าไปหนุนเสริมกิจกรรมหลักของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ในการพัฒนาความเป็นเลิศผ่านแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง BAP, BAP+ และ BAP-X (Business Acceleration Platform) เพื่อยกระดับสมรรถนะบุคลากรและระบบบริหารจัดการนวัตกรรม ควบคู่ไปกับโครงการ CIOX (Chief Innovation Officer Exchange) ในการพัฒนาทักษะผู้บริหารเพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรมตลอดจนโครงการ SEED (Student Entrepreneurs for Enterprise Development) ที่มุ่งบ่มเพาะนักศึกษาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมวิสาหกิจในระดับสากล รวมถึงการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาผ่านโครงการ AITP (Association of Intellectual Property and Technology Transfer Professionals) ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการปฏิบัติจริง“กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาพร้อมทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 2 และสถาบันอุดมศึกษาทุกกลุ่มทั่วประเทศ สามารถปลดล็อกศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบงบประมาณและตัวชี้วัดรูปแบบใหม่นี้ จะเป็นหลักประกันสำคัญที่ช่วยการันตีว่า ทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปจะส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาและสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว
11 มิถุนายน 2569     |      8
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ College of Agriculture, Guangxi University จัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ แลกเปลี่ยนนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกัน
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยผู้บริหารวิทยาลัยนานาชาติ คณะผลิตกรรมการเกษตร ให้การต้อนรับและร่วมพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับ College of Agriculture, Guangxi University สาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้การลงนามความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าวเพื่อเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตร และพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกันระหว่างสองสถาบัน ณ ห้องประชุมรวงผึ้ง ชั้น5 สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ข่าว/ภาพ : วีระยุทธ แสนสุข ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป (เลขานุการ)
11 มิถุนายน 2569     |      25
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ขอขอบคุณ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ขอขอบคุณ  ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติคณะผู้บริหารและผู้แทนมหาวิทยาลัย 19 แห่งทั่วประเทศในโอกาสที่ให้เกียรติ ปาฐกถาพิเศษ / บรรยายพิเศษ / เข้าร่วมประชุม ในงาน Presidents’ Engagement Forum on Technology and Innovation Development การสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่
11 มิถุนายน 2569     |      5
“ยศชนัน” ชูมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 เป็น "สะพานนวัตกรรม" รับ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมร่วมเป็นสักขีพยาน MOU ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาในหัวข้อ“University Group 2 as Thailand’s Innovation Engine: พลังมหาวิทยาลัยเพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” ภายในงานสัมมนานโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. รวมทั้งอธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (กลุ่ม 2) ทั้ง 19 สถาบันทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลส์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มีศักยภาพสูงในการเป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยพื้นฐานกับภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความใกล้ชิดกับพื้นที่ ชุมชน ผู้ประกอบการ และโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจจริงของประเทศ จึงสามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานนวัตกรรม” เชื่อมจากองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม การบริการ สุขภาพ ดิจิทัล พลังงาน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย เศรษฐกิจไทยในปี 2030 จะเผชิญความท้าทายสำคัญใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เศรษฐกิจสุขภาพ อาหารแห่งอนาคตและเศรษฐกิจชีวภาพ AI หุ่นยนต์และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ การรับมือสภาพภูมิอากาศและเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงระบบขนส่ง โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังคน งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมรองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน 5 เสาหลักเศรษฐกิจแห่งอนาคต เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้พื้นที่ ใกล้ชุมชน ใกล้ผู้ประกอบการ และเข้าใจโจทย์จริงของประเทศ หากสามารถเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมเข้ากับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นระบบ มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ปี 2030ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ยังร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 ซึ่งจะร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม การพัฒนากำลังคน โดยจะมีการจัดทำสมุดปกขาว (White Paper) ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 เพื่อเป็นทิศทางร่วมกันในการเคลื่อนบทบาทใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ และร่วมกันยกระดับประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
9 มิถุนายน 2569     |      1076