สำนักงานเลขานุการอธิการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
President of Maejo University
วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รับมอบเงินสนับสนุนโครงการเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ชุบชีวีหลังน้ำลด จากการท่าเรือแห่งประเทศไทย จำนวน 1,000,000 บาท โดยมี นายดรุฒ คำวิชิตธนาภา กรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 63) เป็นผู้แทนมอบ และ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด จำนวน 500,000 บาท โดยมี นายวิทย์วศิน เรียนวัฒนา ผู้อำนวยการใหญ่(บริการเดินอากาศส่วนภูมิภาค) เป็นผู้แทนมอบ ณ ห้องประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่
.
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “จากเหตุการณ์เกิดอุทกภัยในภาคเหนือตั้งแต่จังหวัดเชียงรายลงมา รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบของเหตุการณ์นี้ จึงควรมีกระบวนการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทุก ๆ พื้นที่อย่างเข้าถึงและเข้าใจ อันจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนลงได้ จึงได้จัดทำโครงการเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ชุบชีวีหลังน้ำลด ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกัน ของ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ โดยได้รับความร่วมมือ จากการท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท วิทยุการแห่งประเทศไทย จำกัด โดยเราจะจัดหาเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว ที่ปลูกง่ายใช้ช่วงเวลาสั้น ซึ่งมีทั้งเมล็ดพันธุ์ผักมาจากผลผลิตทางการเกษตรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตลอดจนความเชี่ยวชาญในวิชาชีพของศิษย์เก่า และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เตรียมแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ เมล็ดพันธุ์ผักเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความมั่นคงทางอาหารในชีวิตประจำวัน รวมถึงการก่อให้เกิดรายได้อย่างรวดเร็ว ขอบคุณผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างสูง”
.
สำหรับการเตรียมแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ไปยังพื้นที่ประสบภัยหลังน้ำลด จะเริ่มแจกจ่ายในเฟสแรกประมาณเดือนตุลาคม 2567 โดยเริ่มจากพื้นที่ผู้ประสบภัยในจังหวัดเชียงราย โดยมีทีมงานของสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ร่วมกับ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ สำรวจผู้ได้รับผลกระทบและส่งมอบเมล็ดพันธุ์ให้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้เพาะปลูก เก็บเกี่ยวผลผลิต มีอาหาร มีรายได้ เพื่อดำรงชีวิตต่อไป
ปรับปรุงข้อมูล : 27/9/2567 8:56:59     ที่มา : สำนักงานเลขานุการอธิการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 267

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม

ข่าวล่าสุด

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงานแถลงข่าวโชว์นวัตกรรม "ดินพรีเมี่ยม" จากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้วันละหลายตันสู่ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรชั้นยอด อุดมด้วยธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืช ช่วยการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิต พร้อมปลูกในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย
วันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวโชว์นวัตกรรม "ดินพรีเมี่ยม" จากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้วันละหลายตันสู่ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรชั้นยอด อุดมด้วยธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืช ช่วยการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิต พร้อมปลูกในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช กล่าวว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2542 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินงานด้านการจัดการขยะอินทรีย์ โดยมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคเกษตรกรรมและระดับครัวเรือน สร้างประโยชน์ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการช่วยลดขยะอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และนำมาผลิตเป็นแปรรูปเป็นธาตุอาหารของพืชหรือปุ๋ยต่อมาทาง ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เรียกว่า  ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง  โดยเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับปัจจัยการผลิตทางการเกษตร สำหรับดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง   นี้เป็นดินพร้อมปลูกที่ผลิตจากดินอินทรีย์ 100% อุดมด้วยธาตุอาหารพืช มีโครงสร้างดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี และมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ช่วยส่งเสริมให้พืชดูดใช้ธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการปลูกพืชอินทรีย์ทุกชนิด ให้ผลผลิตสะอาด ปลอดภัย และปราศจากสารพิษตกค้าง  ซึ่งจัดได้ว่าดินปลูกพรีเมียมของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นดินที่มีองค์ประกอบทางชีวภาพ กายภาพและเคมี ครบสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการปลูกพืชในระยะยาวศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช กล่าวด้วยว่า ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง นี้ สามารถนำไปปลูกพืชได้ทุกชนิด และสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องมีการเติมปุ๋ย หรือ สารอาหาร อื่นใดลงไปอีก เพียงแต่รดน้ำ พรวนดิน พืชก็สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากดินพรีเมียมนี้สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้อย่างรวดเร็วทันเวลาที่พืชต้องการ ทำให้ผลผลิตจากพืชมีคุณภาพ ไม้ผลมีผลใหญ่ และมีรสชาติดี อร่อย ด้วยทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เตรียมเปิดร้านค้าของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขึ้นอย่างเป็นทางการที่ตลาดคำเที่ยงในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นแหล่งจำหน่าย ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง  รวมสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรทั่วไป และปัจจัยการผลิตคุณภาพดีในราคาย่อมเยา ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
4 มีนาคม 2569     |      26