สำนักงานเลขานุการอธิการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
President of Maejo University

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวนเกษตรนานาชาติ ครั้งที่ 5 : 5th International Conference on Agroforestry (ICAF) ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ The Southeast Asian Network for Agroforestry Education (SEANAFE) และ ASEAN AGRICULTURAL UNIVERSITY NETWORK (AAUN) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2567 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐพงศ์ ปกแก้ว คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีนักศึกษา คณาจารย์ นักวิชาการ ภาคีเครือข่ายระหว่างประเทศด้านเกษตรป่าไม้ จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย จำนวน 100 คน เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่

โอกาสนี้ มีพิธีบันทึกลงนามความร่วมมือทางวิชการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับ The Southeast Asian Network for Agroforestry Education (SEANAFE) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี และ Prof. Dr. Wilfredo M. Carandang Executive Director The Southeast Asian Network for Agroforestry Education (SEANAFE) เป็นผู้แทนลงนาม ซึ่งการประชุมวนเกษตรนานาชาติในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Agroforestry for Sustainable Development (AG4DEV)" วนเกษตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการศึกษาการวิจัย และการพัฒนาด้านวนเกษตร นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ระดับสากล รวมถึงรับฟังการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและการพัฒนาในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ส่งเสริมการใช้ระบบวนเกษตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลักดันเข้าสู่แผนแม่บทการเปลี่ยนผ่าน 100 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปี 2477-2577 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้จะพัฒนาไปสู่เป้าหมาย GO-Eco ต่อไป

ปรับปรุงข้อมูล : 27/11/2567 19:42:53     ที่มา : สำนักงานเลขานุการอธิการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 276

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวกิจกรรม

ข่าวล่าสุด

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงานแถลงข่าวโชว์นวัตกรรม "ดินพรีเมี่ยม" จากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้วันละหลายตันสู่ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรชั้นยอด อุดมด้วยธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืช ช่วยการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิต พร้อมปลูกในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย
วันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวโชว์นวัตกรรม "ดินพรีเมี่ยม" จากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้วันละหลายตันสู่ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรชั้นยอด อุดมด้วยธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืช ช่วยการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิต พร้อมปลูกในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช กล่าวว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2542 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินงานด้านการจัดการขยะอินทรีย์ โดยมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคเกษตรกรรมและระดับครัวเรือน สร้างประโยชน์ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการช่วยลดขยะอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และนำมาผลิตเป็นแปรรูปเป็นธาตุอาหารของพืชหรือปุ๋ยต่อมาทาง ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เรียกว่า  ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง  โดยเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับปัจจัยการผลิตทางการเกษตร สำหรับดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง   นี้เป็นดินพร้อมปลูกที่ผลิตจากดินอินทรีย์ 100% อุดมด้วยธาตุอาหารพืช มีโครงสร้างดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี และมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ช่วยส่งเสริมให้พืชดูดใช้ธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการปลูกพืชอินทรีย์ทุกชนิด ให้ผลผลิตสะอาด ปลอดภัย และปราศจากสารพิษตกค้าง  ซึ่งจัดได้ว่าดินปลูกพรีเมียมของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นดินที่มีองค์ประกอบทางชีวภาพ กายภาพและเคมี ครบสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการปลูกพืชในระยะยาวศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช กล่าวด้วยว่า ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง นี้ สามารถนำไปปลูกพืชได้ทุกชนิด และสามารถปลูกได้โดยไม่ต้องมีการเติมปุ๋ย หรือ สารอาหาร อื่นใดลงไปอีก เพียงแต่รดน้ำ พรวนดิน พืชก็สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากดินพรีเมียมนี้สามารถปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้อย่างรวดเร็วทันเวลาที่พืชต้องการ ทำให้ผลผลิตจากพืชมีคุณภาพ ไม้ผลมีผลใหญ่ และมีรสชาติดี อร่อย ด้วยทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เตรียมเปิดร้านค้าของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขึ้นอย่างเป็นทางการที่ตลาดคำเที่ยงในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นแหล่งจำหน่าย ดินพรีเมียม หรือ ดิน เด้ง ดึ๋ง  รวมสินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าเกษตรทั่วไป และปัจจัยการผลิตคุณภาพดีในราคาย่อมเยา ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
4 มีนาคม 2569     |      26